แคลเซียมรักษาโรคกระดูกเสื่อมได้จริงหรือไม่

admin, 26 September 2015, Comments Off on แคลเซียมรักษาโรคกระดูกเสื่อมได้จริงหรือไม่
Categories: แนะนำสินค้าและการบริการ
Tags:

หลายท่านคงคุ้นเคยและเคยได้ยินคำว่า “แคลเซียม” แต่น้อยท่านนักที่จะทราบว่าจริง ๆ แล้วเรารับประทานแคลเซียมไปเพื่ออะไร และรับประทานอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่า จึงได้ไปพูดคุยกับ ภก.ประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) และที่ปรึกษาองค์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสาธารณสุข ในหัวข้อ “แคลเซียมรักษาโรคกระดูกเสื่อม ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
รู้จักโรคกระดูกเสื่อม

กระดูกเสื่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามวัย เนื่องจากในวัยเด็กร่างกายจะมีการสร้างกระดูกมากกว่าการสลายกระดูก แต่หลังจากอายุ 40 ปี จะมีการเสื่อมสลายของกระดูกมากกว่าการสร้าง และเมื่ออายุมากขึ้น ก็จะยิ่งมีการสลายของกระดูกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง ซึ่งในช่วง 5 ปีของการเข้าสู่วัยทอง จะมีการสลายของกระดูกปีละประมาณ 3 – 5 % และในส่วนของผู้ชาย หลังจากอายุ 40 ปี ก็จะมีการสลายของกระดูกเช่นกัน แต่จะน้อยกว่าผู้หญิง โดยจะมีการสลายของกระดูกปีละ 0.5 – 1 %

สำหรับอาการของโรคกระดูกบาง กระดูกพรุน หรือกระดูกเปราะนั้น ในช่วงแรก ๆ อาจจะไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน โดยผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่บางรายอาจจะมีอาการปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดสะโพก ปวดข้อ ในบางรายที่เป็นมาก กระดูกสันหลังก็จะยุบตัวลง ทำให้หลังโกง หลังค่อม และตัวเตี้ยลง

แคลเซียมช่วยกระดูกเสื่อม

สำหรับสิ่งที่จะมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกก็คือแคลเซียม โดยแคลเซียมมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต แคลเซียมแลคเตต แคลเซียมอะซิเตต แคลเซียมกลูโคเนต และมีหลายชนิด เช่น ชนิดเม็ด ชนิดเม็ดฟู่ละลายน้ำ ชนิดแคปซูล โดยแคลเซียมที่มีวางขายในท้องตลาดและแคลเซียมที่ได้รับมาจากโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต เพราะมีราคาถูก และให้แคลเซียมในปริมาณมาก ซึ่งหากจะรับประทานแคลเซียมคาร์บอเนตต้องรับประทานพร้อมอาหาร และถ้ารับประทานแคลเซียมชนิดเม็ด ก็จะต้องเคี้ยวก่อนรับประทานด้วย

รู้จักโรคข้อเสื่อม

ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม 5 – 6 ล้านคน เนื่องจากการใช้ข้ออย่างผิด ๆ เช่น การกระโดด หรือเล่นกีฬาที่ใช้ข้อมากเกินไป นั่งพับเพียบหรือคุกเข่ามากเกินไป น้ำหนักตัวมาก หรือเดินขึ้นที่สูงเป็นประจำ
โรคข้อเสื่อมเกิดจากการที่ข้อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้ผิวกระดูกอ่อนที่ห่อหุ้มข้อขรุขระ ประกอบกับการที่น้ำหล่อเลี้ยงไขข้อมีน้อยลงเรื่อย ๆ จึงทำให้ข้อเกิดการเสื่อม อาการของโรคข้อเสื่อมจะสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่าโรคกระดูกเสื่อม โดยในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยบางครั้งจะมีเสียงกร๊อบแกร็บที่ข้อ บางรายจะมีอาการข้อบวม ข้ออักเสบ ข้อฝืด ขัด เมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะขยับตัวยาก ปวดข้อ ขาโก่ง เคลื่อนไหวลำบาก นั่งคุกเข่า นั่งยอง นั่งพับเพียบแล้วลุกขึ้นยาก

สำหรับโรคข้อเสื่อมจะไม่สามารถใช้แคลเซียมในการรักษาได้ แต่ยาที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อมคือยาที่ไปช่วยยับยั้งการทำลายข้อของสาร IL-1 ซึ่งได้แก่ Artrodar , Diacerein และยาเพิ่มเนื้อผิวกระดูอ่อน ซึ่งได้แก่ Glucosamine

การดูแลตนเองเมื่อเข้าสู่วัยทอง

สำหรับผู้ที่กำลังจะเข้าสู้วัยทอง เนื่องจากกระดูกมีการเสื่อมสลายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่แคลเซียมให้มากขึ้น ซึ่งได้แก่ นม เนย ปลาตัวเล็ก ผักใบเขียว บล็อกเคอรี่ ใบยอ ใบมะกรูด มะเขือพวง เต้าหู้ก้อน และหากจำเป็นก็ต้องรับประทานแคลเซียมเสริม หรือหากมีข้อเสื่อมก็ต้องรับประทานยาสำหรับโรคข้อเสื่อมร่วมด้วย

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง การรับประทานแคลเซียมเสริม และยาแล้ว ในผู้สูงอายุยังควรออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อที่จะทำให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันกระดูกเปราะ หัก และหากจำเป็นก็อาจจะมีการเสริมแมกนีเซียมและวิตามินดี เพื่อให้ร่างกายมีการเสริมสร้างกระดูกและดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น

สารอาหารที่บำรุงกระดูกและฟัน

admin, 31 August 2015, Comments Off on สารอาหารที่บำรุงกระดูกและฟัน
Categories: แนะนำ
Tags:

ในปัจจุบันอาหารที่เรากินข้าไปทุกวันก็มีทั้งส่วนที่จะดูแลกระดูกและฟันของเราหรือส่วนที่ส่งผลถึงการทำลายกระดูกของเราได้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเราควรที่จะใส่ใจกับอาหารที่ทานเข้าไปสักนิด เริ่มตั้งแต่การกินอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารต่างๆที่ให้คุณค่าแก่การดูแลรักษากระดูกและฟันของเรา ว่าแล้วเราก็เข้าไปรู้จักกับอาหารบำรุงกระดูกและฟันกันเลย

1.แคลเซียม ( Calcium )เป็นสารอาหารหลักเพื่อสุขภาพของกระดูก ในขณะที่ 98% ของแคลเซียมในร่างกายทั้งหมดถูกเก็บไว้ในกระดูก แคลเซียมนี้ยังจำเป็นเพื่อรักษาให้ร่างกายไม่เป็นกรดเกินไป หากคุณรับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอร่างกายจะทำการดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ฉะนั้นเราจึงต้องทำการเติมแคลเซียมเข้าไปในร่างกายเป็นประจำทุกวัน ค่าRDIคือ 1000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนได้ฟังพ่อแม่กล่อมจนติดหูมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าให้กินนมและอาหารจำพวกแคลเซียมเยอะ ๆ เพื่อกระดูกและฟันจะได้แข็งแรง ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปจากความเป็นจริงเลย เพราะแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้จริง แถมยังช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้นในกรณีที่เกิดแผลอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี คุณควรทานอาหารที่ให้แคลเซียม เช่น นม เต้าหู้ กุ้งแห้ง และถั่วเหลืองกันให้มากขึ้น

2.แมกนีเซียม ( Magnesium ) มีความสำคัญต่อร่างกายหลายระบบ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับแคลเซียมในการเสริมสร้างกระดูก การรับประทานแคลเซียมให้ได้ผลดีจำเป็นมากที่ต้องรับประทานแมกนีเซียมควบคู่ไปด้วย เพราะแคลเซียมต้องอาศัยการทำงานของแมกนีเซียม แมกนีเซียมจะเป็นตัวนำพาเอาแคลเซียมไปสะสมไว้ที่กระดูก ถ้าขาดแมกนีเซียมกระดูกย่อมไม่อาจสะสมแคลเซียมได้นั้นเอง และควรให้ได้สัดส่วน แคลเซียม2ส่วน : แมกนีเซียม1ส่วน จะดีที่สุดCalsiumและMagnesiumจึงต้องเป็นคู่หูที่ไม่สามารถแยกจากกันได้เลย อาหารที่มีแม็กนีเซียมส่วนใหญ่จะพบในผักที่มีใบสีเขียวเข้ม และพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว พบในข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ

3.วิตามิน ดี ( Vitamin D )ร่างกายได้รับวิตามินดี 2 ทาง คือ จากอาหาร ส่วนใหญ่จะพบในเนื้อสัตว์ ไข่ เห็ด และธัญพืช เป็นต้น โดยการดูดซึมวิตามินดีผ่านทางลำไส้เล็ก และจากการที่ผิวหนังได้รับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้าประมาณ30นาที หรือจะเป็นแสงแดดยามเย็นที่ไม่แรงนัก โดยแสงอุลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์จะไปกระตุ้นโคเลสเตอรอลชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ผิวหนังให้เปลี่ยนเป็นวิตามินดี แล้วดูดซึมเข้ากระแสเลือด วิตามินดี เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาภาวะสมดุลของระดับแคลเซียมในเลือด และในกระดูก โดยช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัส

ว่าด้วยเรื่องกระดูกที่สาวๆควรรู้

admin, 11 July 2015, Comments Off on ว่าด้วยเรื่องกระดูกที่สาวๆควรรู้
Categories: แนะนำ
Tags: ,

กระดูก ถือเป็นอีกอวัยวะที่สำคัญซึ่งประกอบขึ้นเป็นโครงร่างแข็งภายในร่างกาย (endoskeleton) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อกระดูกที่มีความแข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา หน้าที่หลักของกระดูกคือการค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย การเคลื่อนไหว รวมไปถึงการสะสมแร่ธาตุและการสร้างเซลล์เม็ดเลือด ฉะนั้นกระดูกก็ควรจะได้รับการดูแลเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ แต่การได้รับสารอาหาร วิตามิน หรือแร่ธาตุ ที่ไม่เพียงพอและไม่เหมาะสม สาวๆ อาจจะเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่ต้องป้องกันนะคะ และเราจะต้องกินอาหารชนิดไหน ประเภทไหน เพื่อให้กระดูกได้รับการบำรุงดูแล หรือเรียกว่า “กินอาหารอย่างไรให้ได้ประโยชน์”

ถ้าจะพูดถึงสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อกระดูกแล้วละก็ คงจะได้ยินได้อ่านกันมาพอสมควรว่า “แคลเซียม”เป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกาย ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและฟันนอกจากนี้ร่างกายยังใช้กระดูกเป็นที่สำรองแคลเซียม รวมไปถึงกลไกลควบคุมสมดุลระหว่างแคลเซียมในกระดูกและในเลือด ถ้าร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอก็จะสลายกระดูกเพื่อปล่อยแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือด ถ้าปล่อยให้ร่างกายขาดแคลเซียมเป็นเวลานานๆ กระดูกก็จะบางลง เกิดภาวะเสี่ยงต่อ “โรคกระดูกพรุน” ได้ค่ะ

แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ซึ่งแหล่งที่ดีที่สุดควรได้รับจากอาหาร เพราะนอกจากแคลเซียมแล้วในอาหารยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมได้แก่ นมชีสโยเกิร์ตปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก และผักใบสีเขียวเข้ม เช่น บร็อคโคลีคะน้ากวางตุ้งถั่วและเมล็ดพืชบางชนิด เช่น อัลมอนด์และงา เป็นต้น แต่ร่างกายก็มีความสามารถดูดซึมแคลเซียมที่กินเข้าไปได้เพียง 30 – 40% เท่านั้น และพฤติกรรมการบริโภคบางอย่างยังส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมลดลงอีก เช่น สาวๆ ออฟฟิศที่ดื่มกาแฟจะดื่มในปริมาณ 3-4 ถ้วยต่อวัน หรือการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง จะเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ สำหรับคอปาร์ตี้ทั้งหลายการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะช่วยลดการดูดซึมแคลเซียมหรือการรับประทานยาบางชนิดก็มีผลเช่นกันค่ะ การขาดวิตามินดีทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง เพราะวิตามินดีเป็นตัวช่วยกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมผ่านทางลำไส้และเร่งการสะสมของแคลเซียมที่กระดูก

“วิตามินดี”ไม่เพียงมีความสำคัญในการช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่เป็นตัวสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟันเท่านั้น ยังมีหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือดกระดูกและลำไส้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

สำหรับวิตามินดีเราสามารถรับได้สองทางคือ 1.เมื่อผิวหนังได้รับรังสี Ultraviolet B (UVB) ก็จะกระตุ้นให้ผิวหนังผลิตวิตามินดีขึ้นมาเพราะฉะนั้นการโดนแดดในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ที่ไม่ร้อนจนเกินไปสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20-30 นาที ก็จะได้รับวิตามินดีที่เพียงพอหรือ 2.ได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น น้ำมันตับปลาค็อด ปลาแซลมอน ปลาทูน่า นม ตับ ไข่แดง เนย ชีส ยีสต์ เห็ดบางชนิด หอยนางรม ฯลฯ

“แมกนีซียม” เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรง รักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและระบบประสาท ซึ่งหน้าที่หลักของแมกนีเซียมเกี่ยวกับกระบวนการสร้างพลังงาน และระบบเอ็นไซม์ต่างๆ ภายในเซลล์ 98% ของแมกนีเซียมจะอยู่ในกระดูกและกล้ามเนื้อ

ประโยชน์ของแมกนีเซียมนอกจากจำเป็นสำหรับการเติบโตของกระดูกและฟัน ยังจำเป็นต่อการเผาผลาญแคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม และโพแทสเซียม ป้องกันไม่ให้แคลเซียมจับตัวอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ไต

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม คงหนีไม่พ้นกล้วยถั่วและพืชตระกูลถั่ว สำหรับถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชควรจะรับประทานในปริมาณปานกลาง เนื่องจากมีไขมันร่วมอยู่ด้วยและมักจะให้พลังงานสูงนะคะ

การรักษากระดูกซี่โครงหัก ที่ควรรู้

admin, 30 June 2015, Comments Off on การรักษากระดูกซี่โครงหัก ที่ควรรู้
Categories: แนะนำสินค้าและการบริการ
Tags:

กระดูกซี่โครงหัก สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อกระดูกที่ผนังทรวงอกแตกหรือหัก โดยทั่วไปแล้วกระดูกซี่โครงหักเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บบริเวณทรวงอก เช่น การถูกชน การตกลงมาจากที่สูง รถชน กระดูกซี่โครงหักอาจหายเองได้ภายในเวลาประมาณ 2 เดือนโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา แต่อาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นมาได้ ดังนั้น ควรจะรู้วิธีการดูแลกระดูกซี่โครงที่หักเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกาย ดังนี้

1.ประคบน้ำแข็งบริเวณที่บาดเจ็บ เพื่อช่วยลดอาการปวดบวมโดยใช้กระเป๋าเก็บความเย็น หรือ นำน้ำแข็งวางใส่ในผ้าและห่อนำแข็งด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก ประคบผ้าที่มีน้ำแข็งตรงบริเวณที่กระดูกซี่โครงหัก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที และ เอาออกทิ้งไว้อีก 10 นาที ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆสักประมาณ 2-3 ชั่วโมงทันทีหลังเกิดอาการบาดเจ็บ

2.ห้ามพันแผลบริเวณที่กระดูกซี่โครงหัก เพราะการพันกระดูกซี่โครงที่หักกลับเพิ่มความเสี่ยงอาการปอดล้มเหลวหรือปอดติดเชื้อ ให้มากขึ้น จึงไม่ควรพันทรวงอกหรือกระดูกซี่โครงด้วยผ้าพันแผลเป็นอันขาด

3.กินยาลดอาการปวด การบรรเทาอาการปวดเป็นวิธีเดียวในการรักษากระดูกซี่โครงหัก เพราะว่าปล่อยไว้สักช่วงเวลาหนึ่ง กระดูกที่หักจะดีขึ้นเอง ตอนที่กระดูกซี่โครงหัก ให้ทานยาลดอาการปวด ตามที่คุณหมอจ่ายยาให้

4.นัดพบแพทย์ กระดูกซี่โครงมักหักไม่เกินหนึ่งที่หรือน้อยครั้งที่จะเกิดอาการแทรกซ้อน ดังนั้น การไปพบแพทย์รับยาที่หมอสั่งจ่ายถ้าอาการปวดแย่มากจริงๆ การนัดพบแพทย์ภายในระยะเวลา 1-3 วัน หลังเกิดอาการบาดเจ็บนั้นเหมาะพอดี

5.หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวมาก ๆ เช่น ขับรถ ไปทำงานหรือทำงานบ้าน ไม่เป็นปัญหาหรือทำอันตรายกระดูกซี่โครง แต่การออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมอื่นๆที่ต้องเคลื่อนไหวมากๆ อาจทำให้อาการบาดเจ็บหนักแย่ลงได้ ดังนั้นเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องหมุน บิด หรือเคลื่อนไหวลำตัวเยอะๆ

6.นอนหลับพักผ่อนให้มาก ๆ เพราะร่างกายต้องการเวลาเพื่อเยียวยาและฟื้นตัว  ดังนั้น ควรจะนอนหลับและใช้เวลาพักผ่อนให้มากขึ้น โดยนอนหลับให้มากขึ้นเป็นพิเศษและเลี่ยงที่จะออกไปข้างนอก เนื่องจากกระดูกซี่โครงหักใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 3-6 สัปดาห์ในการฟื้นตัว

เคล็ดลับที่ช่วยในการดูแลรักษากระดูกให้แข็งแรง

admin, 24 May 2015, Comments Off on เคล็ดลับที่ช่วยในการดูแลรักษากระดูกให้แข็งแรง
Categories: แนะนำสินค้าและการบริการ

โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลง เนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ทำให้เสี่ยงต่อภาวะกระดูกหักได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณกระดูกหลัง กระดูกสะโพก รวมทั้งกระดูกข้อมือ ซึ่งจะพบมากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสตรีที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุนจะทำใหเกิดอาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปวดหลัง กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง กระดูกแขนขาเปราะและหักทำให้พิการเดินไม่ได้
ดังนั้นเพื่อช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรงมากขึ้นควรปฏิบัติตนดังต่อไปนี้
– โดยการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง จำพวก นม โยเกิร์ต ชีส ปลาตัวเล็ก กุ้งแห้ง ถั่ว งาดำและพวกผักต่างๆ
– การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2- 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีโดยเฉพาะผู้สูงอายุและวัยหมดประจําเดือน เน้นการออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก เช่น เดินไกล วิ่งเหยาะๆ รํามวยจีน เต้นรําเพื่อป้องกันการสูญเสียกระดูกหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาแฟอีน
– การปรึกษาแพทย์เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสม ส่งตรวจมวลกระดูกหรือความหนาแน่นของมวลกระดูกในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยง
นอกจากนี้ควรจะต้องดูแลตนเองด้วยการดูว่ามีสารอาหารที่บำรุงกระดูกและฟันอย่างไรบ้าง เพราะในปัจจุบันอาหารที่กินข้าไปนั้นมีทั้งส่วนที่จะดูแลกระดูกและฟันด้วย เพราะฉะนั้นแล้วควรที่จะใส่ใจกับอาหารที่ทานเข้าไปโดยเริ่มตั้งแต่การกินอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารต่างๆที่ให้คุณค่าแก่การดูแลรักษากระดูกและฟัน ซึ่งประกอบไปด้วย แคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารหลักเพื่อสุขภาพของกระดูกโดยทำหน้าที่รักษาให้ร่างกายไม่เป็นกรดเกินไปหากรับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอร่างกายจะทำการดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ฉะนั้นจึงต้องทำการเติมแคลเซียมเข้าไปในร่างกายเป็นประจำทุกวัน ต่อไปคือแมกนีเซียม ซึ่งจะทำงานร่วมกับแคลเซียมในการเสริมสร้างกระดูก การรับประทานแคลเซียมให้ได้ผลดีจำเป็นมากที่ต้องรับประทานแมกนีเซียมควบคู่ไปด้วย สำหรับอาหารที่มีแม็กนีเซียมจะพบในผักที่มีใบสีเขียวเข้ม และพืชตระกูลถั่ว ข้าวกล้องด้วย นอกจากนี้สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งคือ วิตามิน ดี อย่างเช่น เนื้อสัตว์ ไข่ เห็ด และธัญพืช วิตามินดี เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาภาวะสมดุลของระดับแคลเซียมในเลือด และในกระดูกและยังช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสอีกด้วย

สินค้าที่น่าสนใจ

*** โครงการพระราชดําริ แนวคิดเพื่อประชาชนจากในหลวง ศึกษา โครงการพระราชดําริ ทั้งหมดจากเว็บนี้
*** สไตล์การแต่งตัว ชุดทำงาน ที่สาวหวานๆ ใสๆ แบ๊วๆ น่าจะชอบ และนำชุดเดรสเสื้อผ้าคนอ้วนไปมิกซ์แอนด์แมทซ์แต่งตามกันได้
*** เคล็ดลับในเลือกเสื้อผ้า ชุดทํางาน พยายามที่สุดก็คือเลือกชุดทำงานเสื้อผ้าคนอ้วนที่สีเรียบๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มอย่างอื่นทีหลังอย่างเช่นเพิ่มแอคเซสเซอรี่เข้าไปเพื่อให้ดูเก๋ขึ้น
*** ฟิล์มกรองแสง
*** คนรับทำ google adword หรือผู้ที่อยู่ในวงการรับทำ google adword นี้ จะทำเป็นเฉย โดยไม่สนใจ ไม่ได้แล้ว กับสมาร์ทโฟน มันเกี่ยวข้องกับงานเราอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้
*** bangkok massage servic การนวดเป็นศิลปะการรักษาที่ใช้สัญชาติญาณ โดยใช้ปลายนิ้วมือเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนมาแล้วที่การนวดและเทคนิคต่างๆ bangkok massage service ได้นำมาใช้สร้างความสุข
*** bbq grill
*** การเลือกอุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บสินค้าไม่ว่าจะเป็นชั้นวางสินค้า ชั้นวางของ หรือชั้นวางต่าง ๆ สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ Tsteelline
*** ทำตา 2 ชั้น
*** ตัดนม
*** ใช้เครื่องจักรในการผลิตที่มีมาตรฐาน คุณภาพงานสายคล้องบัตรทุกชิ้นควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์จึงมีความแม่นยำในการทำงาน มีทีมผู้เชี่ยวชาญการพิมพ์ที่มีประสบการณ์สูงควบคุมการผลิตสายคล้องบัตรด้วยคุณภาพและมาตรฐาน
*** การเรียนภาษาอังกฤษในซัมเมอร์ออสเตรเลียเป็นอะไรที่มากกว่าการท่องจำ ซัมเมอร์ออสเตรเลียจะมาจากประสบการณ์ในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่เพียงการเรียนรู้ภาษาเท่านั้น
*** เตาปิ้งย่าง
*** โปรแกรมบอล
*** ตารางบอล
*** เมืองไทยประกันชีวิต
*** คุณจะค่อยๆเห็นผลการรักษาด้วย ulthera ทีละน้อยและจะเห็นผลชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาด้วย ulthera ประมาณ 3 เดือน
*** ครีมรักษาฝ้า
*** เครื่องสแกนใบหน้า
*** เครื่องสแกนลายนิ้วมือได้รับความนิยมในองค์กรเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยในการเข้าออกในการทำงานและ และเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ยังช่วยในการคำนวณเงินเดือนพนักงานได้อย่างง่ายดาย
*** ขายแอพแท้
*** calibrationมั่นใจได้ว่าเครื่องมือวัดทุกชิ้นจะได้รับการสอบเทียบอย่างถูกต้องแม่นยำเพื่อให้เครื่องมือสามารถใช้งานได้ดี ถูกต้องและเที่ยงตรง
*** ครีมสเต็มเซลล์มั่นใจได้ว่าช่วยให้ผิวคุณเนียนใสเปร่งปรั่ง
*** ผ้ากันไรฝุ่น ผลิตจากเส้นใยชนิดพิเศษ รับรองจากศิริราชว่าสามารถป้องกันไรฝุ่น ได้99.9%
*** เสื้อผ้าคนอ้วนที่ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่มีรูปร่างขนาดใหญ่
*** จัดส่งพวงหรีดให้ถึงมือผู้รับโดยที่พวงหรีดยังสวยงามอยู่
*** จัดผ้าใบที่หลาหลายต้องเลือกที่นี้เลยค่ะ
*** การติดตั้งแสลนกรองแสงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยพรางแสงให้กับพืชที่ไม่ต้องการแสงแดดมาก
*** ของเสริมด้วยขนตาปลอมเด้งดึ้งๆ