แคลเซียมรักษาโรคกระดูกเสื่อมได้จริงหรือไม่

admin, 26 September 2015, Comments Off on แคลเซียมรักษาโรคกระดูกเสื่อมได้จริงหรือไม่
Categories: แนะนำสินค้าและการบริการ
Tags:

หลายท่านคงคุ้นเคยและเคยได้ยินคำว่า “แคลเซียม” แต่น้อยท่านนักที่จะทราบว่าจริง ๆ แล้วเรารับประทานแคลเซียมไปเพื่ออะไร และรับประทานอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่า จึงได้ไปพูดคุยกับ ภก.ประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) และที่ปรึกษาองค์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสาธารณสุข ในหัวข้อ “แคลเซียมรักษาโรคกระดูกเสื่อม ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
รู้จักโรคกระดูกเสื่อม

กระดูกเสื่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามวัย เนื่องจากในวัยเด็กร่างกายจะมีการสร้างกระดูกมากกว่าการสลายกระดูก แต่หลังจากอายุ 40 ปี จะมีการเสื่อมสลายของกระดูกมากกว่าการสร้าง และเมื่ออายุมากขึ้น ก็จะยิ่งมีการสลายของกระดูกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง ซึ่งในช่วง 5 ปีของการเข้าสู่วัยทอง จะมีการสลายของกระดูกปีละประมาณ 3 – 5 % และในส่วนของผู้ชาย หลังจากอายุ 40 ปี ก็จะมีการสลายของกระดูกเช่นกัน แต่จะน้อยกว่าผู้หญิง โดยจะมีการสลายของกระดูกปีละ 0.5 – 1 %

สำหรับอาการของโรคกระดูกบาง กระดูกพรุน หรือกระดูกเปราะนั้น ในช่วงแรก ๆ อาจจะไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน โดยผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่บางรายอาจจะมีอาการปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดสะโพก ปวดข้อ ในบางรายที่เป็นมาก กระดูกสันหลังก็จะยุบตัวลง ทำให้หลังโกง หลังค่อม และตัวเตี้ยลง

แคลเซียมช่วยกระดูกเสื่อม

สำหรับสิ่งที่จะมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกก็คือแคลเซียม โดยแคลเซียมมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต แคลเซียมแลคเตต แคลเซียมอะซิเตต แคลเซียมกลูโคเนต และมีหลายชนิด เช่น ชนิดเม็ด ชนิดเม็ดฟู่ละลายน้ำ ชนิดแคปซูล โดยแคลเซียมที่มีวางขายในท้องตลาดและแคลเซียมที่ได้รับมาจากโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต เพราะมีราคาถูก และให้แคลเซียมในปริมาณมาก ซึ่งหากจะรับประทานแคลเซียมคาร์บอเนตต้องรับประทานพร้อมอาหาร และถ้ารับประทานแคลเซียมชนิดเม็ด ก็จะต้องเคี้ยวก่อนรับประทานด้วย

รู้จักโรคข้อเสื่อม

ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม 5 – 6 ล้านคน เนื่องจากการใช้ข้ออย่างผิด ๆ เช่น การกระโดด หรือเล่นกีฬาที่ใช้ข้อมากเกินไป นั่งพับเพียบหรือคุกเข่ามากเกินไป น้ำหนักตัวมาก หรือเดินขึ้นที่สูงเป็นประจำ
โรคข้อเสื่อมเกิดจากการที่ข้อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้ผิวกระดูกอ่อนที่ห่อหุ้มข้อขรุขระ ประกอบกับการที่น้ำหล่อเลี้ยงไขข้อมีน้อยลงเรื่อย ๆ จึงทำให้ข้อเกิดการเสื่อม อาการของโรคข้อเสื่อมจะสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่าโรคกระดูกเสื่อม โดยในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยบางครั้งจะมีเสียงกร๊อบแกร็บที่ข้อ บางรายจะมีอาการข้อบวม ข้ออักเสบ ข้อฝืด ขัด เมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะขยับตัวยาก ปวดข้อ ขาโก่ง เคลื่อนไหวลำบาก นั่งคุกเข่า นั่งยอง นั่งพับเพียบแล้วลุกขึ้นยาก

สำหรับโรคข้อเสื่อมจะไม่สามารถใช้แคลเซียมในการรักษาได้ แต่ยาที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อมคือยาที่ไปช่วยยับยั้งการทำลายข้อของสาร IL-1 ซึ่งได้แก่ Artrodar , Diacerein และยาเพิ่มเนื้อผิวกระดูอ่อน ซึ่งได้แก่ Glucosamine

การดูแลตนเองเมื่อเข้าสู่วัยทอง

สำหรับผู้ที่กำลังจะเข้าสู้วัยทอง เนื่องจากกระดูกมีการเสื่อมสลายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่แคลเซียมให้มากขึ้น ซึ่งได้แก่ นม เนย ปลาตัวเล็ก ผักใบเขียว บล็อกเคอรี่ ใบยอ ใบมะกรูด มะเขือพวง เต้าหู้ก้อน และหากจำเป็นก็ต้องรับประทานแคลเซียมเสริม หรือหากมีข้อเสื่อมก็ต้องรับประทานยาสำหรับโรคข้อเสื่อมร่วมด้วย

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง การรับประทานแคลเซียมเสริม และยาแล้ว ในผู้สูงอายุยังควรออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อที่จะทำให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันกระดูกเปราะ หัก และหากจำเป็นก็อาจจะมีการเสริมแมกนีเซียมและวิตามินดี เพื่อให้ร่างกายมีการเสริมสร้างกระดูกและดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น

Comments

You must be logged in to post a comment.

Leave a Reply:

Name *

Mail (hidden) *

Website